JinTaRo's profileM y " ◘ : - ☼ ƒ ƒ ψ ż...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
M y " ◘ : - ☼ ƒ ƒ ψ ż - : ◘ "• s t O r Y • September 10 โ อ เ พ้ น บุ๊ ค ! หนึ่ง เดือน สาม วันกับอีก เศษหนึ่งส่วนสองพอประมาณของหนึ่งวัน
ที่ ผมได้ตามหาหนังสือหนึ่งเล่ม ของวิน ทั้ง ที่ขอนแก่น และกรุงเทพ ไปทุกอย่าง ทั้งแฟรี่
ร้าน หนังสือดอกหญ้า แต่ตอนนี้ปิดไปแล้ว แฟรี่ บอกต้องสั่งจอง ผมเลยไม่จอง
กลับไม่กี่วันจะจองได้ไง เลยกลับมาซื้อที่กรุงเทพ ตอนแรกผมไปซื้อที่พานทิพ
ขนาดพานทิพเป็นตึกที่ขอยแต่คอมพิวเตอร์ หนังสือก็ยังหมด ผมเลยไปเซนทรัล
ที่นั่น ก็บอกว่าต้องจองอีก (- -") ชักเหนื่อย แระก็เลยลองจองๆไป เค้าบอกว่า 2 อาทิตย์
ถึงจาได้หนังสือเล่มนี้ ผมก็เลยต้องรอ ช่วงที่กลับมาจากเซนทรัล นั่ง Taxi มา มาถึงหอ
เหนื่อยมาก ก็เลย เผลอหลับไป ตื่นมาอีกที อยากดูเวลา (ห้องผมไม่มีนาฬิกาครับ)
ว่าตอนนี้ กี่ทุ่มแล้ว หามือถือ ในกระเป๋าหกางเกง อ้าวว ชิบหาย! ทำไมไม่มี ผมเลยลอง
ดูในกระเป๋าสพายก็ ไม่มี ผมเริ่มร้อนทั้งตัว นอนเพิ่งตื่น แต่ กลับมีเหงื่อออก กระวนกระวาย
ตื่นทันที ผมเลยขึ้นไป ห้องเพื่อนเพื่อยืมโทรเข้าเครื่องผมเพื่อฟังเสียง โทรติดนะคับ
มีสัญญาณ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้น เลยทั้งในห้องผม และโทรศัพท์ผม ผมคงได้แต่ทำใจ
มันคงไปแล้ว แหล่ะ ช่วงเวลาที่ผมไม่มีมือถือ เหมือนกับชีวิตที่ไม่มี เวลา ไม่มีคนปลุก ไม่มีเพลง
ที่ชอบฟังบ่อยๆ ไม่มีเสียงพ่อ แม่ เพื่อน พี่ น้อง ที่เคยได้ยินบ่อยๆ ความรู้สึกว่างเปล่า โดดเดี่ยว
ถึงเวลารับหนังสือแระ ผมไปเอาหนังสือที่เซนทรัล เค้าบอกว่าได้แล้ว แต่โทรหาผมไม่ติด
แน่นอนครับ จะติดได้ยัง มันไม่ได้อยู่ที่ผม แล้ว ไปกับไครก็ไม่รู้ (>___<) บอกตรงๆครับ
มือถือหายไม่เสียดายเท่าความทรงจำ ผมเสียดายซิมคับ ผมใช้ซิมนี้ตั้งแต่ ม.4 มีเบอร์เพื่อน
คนรู้จักมากมาย พ่อ แม่ ผมจำเบอร์พ่อไม่ได้ หรอก คับ จำได้แต่เบอร์แม่เบอร์เดียวด้วย
เค้าเลยหาหนังสือให้ผม เค้าบอกว่า รอสักครู่นะค่ะ ผมบอกครับ ผมไม่รีบฮะ
แล้วเวลาผ่านไป เกือบ หนึ่งชั่วโมง แต่ผมก็ไม่รีบจริงๆ คับ เค้าเลยบอกอีกครั้ง รอสักครู่นะค่ะ
เพื่อนผมที่ไปด้วยกันเลยชวนผม ว่าไปเดินเล่นก่อน โอเคคับ ไม่มีปัญหา ผมเดินเล่นประมาณ
หนึ่งชัวโมงได้ และแล้ว ผมก็กลับมาที่ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊ก ชั้น 3 เซนทรัลปิ่นเกล้า และนั่น
เล่มสีขาว ของ วินทร์ เลียวาริณ หนังสือที่ผมรอมา หนึ่ง เดือน สาม วันกับอีก เศษหนึ่งส่วนสองพอประมาณของหนึ่งวัน
มัดจำที่ หนึ่งร้อยบาท จ่ายเพิ่ม ด้วยราคา แปดสิบห้า บาท รวมราคา หนึ่งร้อยแปดสิบห้าบาท
และคือหนังสือเล่มแรกที่ผมคิดจะซื้อและตั้งใจมาก ( เวลาตอนที่เขียน space นี้เช้าแล้ว ผมต้องกลับ
ไปนอนอาบน้ำ แล้วไป เรียน แล้วผมจะมาเขียนต่อนะแล้วมีไครรู้ป่าวว่าหนังสือเล่มนี้ชื่ออะไร ไบ้นิดนึง
หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรต์ ปี 2542 เกือบ 9 ปี ละ หุหุ ) August 13 มี กั น สั ก ข้ อ มั่ ง ป่ ะ
(^ ^) 14 อาการท่บ่งบอกว่าคุณกำลังมีความรัก (^ ^) 1. อยากเห็นหน้าไม่งั้นบ้าตาย 2. คิดถึง ... ตั้งแต่ตื่นนอน ... จนถึงเข้านอน ... หรือไม่ก็ฝันมันซะเลย ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ 3. เห็นหน้าเขาคนนั้นทีไร หัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล 4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้และระยะไกล ไม่ให้เขารู้ตัว ไม่กล้าสบตา เดี๋ยวเขารู้ 5. เกาะติดสถานการณ์ เห็นเขาอยู่ไหน พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ใกล้ 6. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากได้ยินเสียง อยากยิ้มให้ 7. โรแมนติกขึ้นมาหน้าตาเฉย มีการพับดาวใส่ขวด เขียนกลอน เพ้อรำพึงรำพัน 8. เห็นเขาเดินกับใคร คุยกับใคร หัวใจปั่นป่วนจวนจะระเบิด 9. หวั่นไหวไปกับเสียงเพลง และมิวสิควีดีโอ แอบยิ้มหวานคนเดียว 10. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 11. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วนตัวของเขา เกิดวันไหน เรียนห้องไหน บ้านอยู่ไหน เบอร์โทรอะไร หาให้วุ่น 12. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ดูหนังฟังเพลงแบบไหน อะไรนะที่เป็นของโปรด 13. เริ่มคิดหนักว่าเขามีใครเป็นหวานใจหรือยัง แล้วอย่างเรานี่สเป็กเขารึเปล่าเนี่ย เริ่มจินตนาการไปต่างต่างนานา 14. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดวงดาว ลมหนาว ดวงจันทร์ ยันดวงอาทิตย์ ช่วยให้สมหวังทีเท๊อะ
แต่ถ้าอ่านแล้ว ปรากฏว่าถูกทุกข้อ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป มันใช่ มันโดน มันถูกเผง ... ยังนี้แหละที่เขาเรียกว่า " รัก "
~~~ \O/ ~~~
(. _. ~) = เจ้าชายขี้อาย (^o^) = เจ้าหญิง @:-- = ความรู้จัก (^_^) (^_^) = เพื่อนเจ้าหญิง
( •o•) (^_^) (^o^) (^_^)
(. _. ~) (^_^) (^o^) (^_^)
(. _. ~) (^_^) (^o^) (^_^)
(. _. ~) (^o^)
( O_O) (^o^)
(~ ^_^)==O--:@ (-^o^-)
(~ ^_^)==O--:@ (-^o^-) (^_^)(^_^)
|______| @:-- O===(. _. ~) (^_^) (^o^) (^_^)
(. _. ~) (^_^) (^o^) (^_^)
(O_O )( O_O)
(T___T)
(~>_<~)
" อยากจับมือเธอมาวางไว้ ที่ตรงหัวใจ " " เวลาไม่อาจหวนคืน " " เพราะมันอาจทำให้คุณเสียใจไปตลอดชีวิต " ( >________< ) ขอขอบคุณ ดารานักแสดงทุกคน (-^_^-)(-^o^-) (^_^)(^_^) July 05 อั พ II อยาก บอก ว่า เมื่อ วาน เปง วัน แรก เลย ที่ กุ อ่านหนังสือ 4 รอบ กุ เพิ่ง เคย อ่านหนังสือครั้ง แรก นี่ แหล่ะ 4 รอบ
เพราะ กุ ม่ายมี อาราย ทำ เรย แล้ว ที่ กุ หายปาย นานๆ ไม่ใช่ อาราย หรอก กุ แค่ เบื่อ เบื่อ เกม เบื่อ MSN
ม่ายรู้ นะ สงสัย กุ คงจา ออน บ่อย จน เบื่อ เอง หล่ะ มั้ง แล้ว ก็ โทรศัพท์ ด้วย กุ ก็ ขี้เกียจ ใช้ ละ แต่ พอ นานๆ ไป
มา เล่น สัก ครั้ง ก็ ดี นะ หรือ เพราะ กุ ไม่มี จุด หมาย วะ - -" กุ มา อยู่ กรุงเทพ ละ อยาก จา บอก ว่า รถ เชี่ย
ติด เหี้ยๆ เลย มอ กะ หอ กุ ห่าง กัน ไม่ ถึง สาม โล แต่ นั่ง รถ เปง ชม. แต่ กุ ก็ พอ จา เข้า ใจ ละ ว่า ควรขึ้น ตอน ไหน
ตอนเช้า ถ้า จา แปด โมง เชื่อ กุ ว่า รอ แปด โมง สิบ ดี ก่า รถ ไม่ ติด แต่ ก่อน จา แปด โมง แมร่ง ติด โครตๆ
แล้ว ไคร คิด ว่า เลย แปด โมงครึ่ง แล้ว รถไม่ติด กุ ว่า ยิ่ง กว่า เดิม อีก แมร่ง เปง ชม. เลย กุ เซง แต่ ก็ ดี นะ
เพื่อน อยู่ นี่ คบ กะ กุ สอง สาม วัน เรียก กัน กู เมิง เลย วัน แรกๆ ไป กุ ก็ พูด ครับๆ แต่ สัก สอง สาม วัน
มาน บอก ว่า ไม่ต้อง ครับ ก็ ได้ กุ เลย กุ เมิง เลย ฮ้าๆ จา ว่า ไป กุ ก็ อยาก กลับไป หา เพื่อนๆ กลับไป นั่ง เล่นเกมด้วยกัน
อยากไป ไหน ก็ ไป สบายๆ ฮ้าๆ พอ มา อยู่ นี่ ต่าง กัน ลับ เลย หว่ะ แต่ ก็ ดี นะ แปลกๆ ดี กุ ชอบ ฮ้าๆ กุ บ้า ป่ะ วะ
เด๋ว ว่างๆ กุ จา ชวน เพื่อนไป เล่น ด้วย นะ แต่ ไม่รู้ จามา ป่าว เอา แค่นี้ ก่อน ละ กัน กุ เล่ง Note Book เพื่อน อยู่
อยู่ นี่ ดู หนังไป 2 เรื่อง ละ อยาก จา บอก ว่า Tranformer กุ ชอบ มาก รวม ทุก อารมณ์ เลย นะ
อยู่ นี่ ก็ได้ไป เที่ยว กะ มังกร ฮ้าๆ ดี นะ เพื่อน ๆ กุ ก็ มี อยู่ เหมือน กาน ทั้ง ด๊อด ทั้ง หน่อง มังกร พี่ ต้น พี่ บาส
ฮ้าๆ อยาก บอก ว่า อยากไป จตุจักร แต่ ม่ายมีตัง ละ เพ่ >________________<
ถ้า กุ กลับ ไป เพื่อนๆ คับ ไป เติมรมย์ กัน เพราะ กุ ชอบ กับข้าว มาก ไม่ได้ อยากกิน เหล้า กิน เบียร์ นะ แต่ กับข้าว
อร่อย เหี้ยๆ เลย ครับ
พิมพ์ ไม่ ถนัด เรย - -" อ่าๆ สุด ท้ายละ
กุ คิดถึง ทุกคนนะ
เออ แล้ว ถ้า คราย มา กทม โทรมา บอกกุ ด้วย เด๋ว พาไป สะพาน ซังฮี้ เย็นดีๆ ฮ้าๆ May 06 ว่ า ง ! ! ทำไม เด๋ว นี้ แมร่ง ฝน ตก ทุก วัน บอลก็ ไม่ได้ เตะ ออกกำลังกายก็ไม่ได้ ออก
ไปไหน ก็ ไม่ได้ไป อ้าย แสดดดดดด ฝนฟ้า กลั่น แกล้ง หยุดวันไหน ไม่รู้ จามไม่ได้ ละ
ไป ตาดโตน มา กะ พ่อกะ แม่ กุ ขับรถ เอง เพิ่ง เคย ขับ ครั้ง แรกไป กลับ 200 ก่า โล
ไป กุก็ ไม่ได้ เล่น น้ำ หรอก ขี้เกียจ เล่น เง้อ แล้ว เมื่อ ไหร่ บัก อาร์ม มานจามา วะ
เรือ เมิง นี่ เลต ทั้ง ไป ทั้ง กลับ เลย นะ เลย พลาด เลี้ยง รุ่น เรย อยาก จะ บอก เลี้ยง รุ่น
กุ เมา มากมาย ต้องขอบคุณ ปอน ออกไป เยอะ แต่ กุ ก็ ใช่ ย่อย ยังงี้ แหล่ะ พอมี ก็
ช่วยๆกัน ตอน ไม่มี แมร่ง ก็ ชิบหาย จิงๆ เงิน กิน ข้าว ยัง ไม่มี >____< กินบ้าน สวน
กุกินได้ ไม่ถึง ชม หรอก 150 ฮ้าๆ คุ้ม หว่ะ แพง กว่า เล่น เกม 10 เท่า เพราะ เกม
ชม ละ 15 แต่ อย่าว่า กุ บ้า เกม นะ เว้ย บัก ตี๋ แหล่ะ มาน พูด ไม่ไช่ กุ
กิน เสดไป ร้อง เกะ โฆษะ หมด เหล้าไป 3 ขวด มั้ง ขวด แรก ฟรี 2 กะ 3 นี่ เบน มอ มั้ง
กุ ก็ จาม ไม่ได้ ร้องเกะ เสด ปอย ชวน กุ ต่อ โซลิด กุ เพิ่ง เคยไป ครั้ง แรก งง มาก
ทามมาย คนน้อย แบบ นี้ วะ รึ กุไป สาย กุ ว่า ก็ ตี 1 ก่าๆ น้า ไป ถึง โซลิด ชัก จะ กิน ไม่ ลง
ละ ม่าย ไหว ขากลับ ตอน อยู่ ในโซลิด กุ คิดว่า ยัง ไง ก็ ขับรถกลับบ้านได้ แต่พอ ออกมาข้างนอก
เปงราย วะ เนี่ย โลกหมุน เร็วมาก กุ ยืน แทบ ไม่ไหว ยก หัว แทบ ไม่ ขึ้น แบงค์ เลยไป ส้งกุ บ้าน ดิว
พอไป ถึง บ้าน ดิว แบงค์ บอก กุ ไม่มี กุญแจ อ่าว แต่ มาน บอก ว่า เข้าได้ อ่าว สาด กุ อ๊วก จะ แตก
อยู่ แล้ว ทำ กุ ตก ใจ อ๊วก เสด ก็ เลย มา นอน ตอนนั้น ชักไม่ได้ ยิน อาราย แล้ว ก็ เลย นอน ถอด
กางเกงยีน ถอด เสด กุ เลย ถามมาน มี ขาสั้นป่ะ มานก็ เลย เอามาไห้ แต่กุไส่ไม่ได้ พูดจิงๆ ว่า ขยับ
แทบไม่ได้ เลย เลยบอกมาน ไส่ไห้กุ หน่อย >____< มานก็ เลยไส่ไห้ กุก็ขอบคุณ เพื่อนๆ
แต่ กุ เซง นะ แบงค์ ชวนกุไป แดก เสือก นอน สาด หนิ - -* ยาวไปป่าว วะ
ที่ จิง ก็ คิด ราย ไม่ ออก หรอก แต่ เหง คน บอก ไห้ อัพ กุ ก็ อัพพพพ เพื่อนๆ
กลับ ตจว กัน ยัง หว่า กุ อยากดูไป เดอ แมน บาก แบงค์ บอกวันนี้ จา พาไป กุ ว่า ยัง ไม่ ตื่น ชัว ...!
................................................................................................
March 15 ฤดูแห่งการออกกำลังกาย ช่วงนี้ กลับบ้าน เตะบอลทุกวัน วันไหนที่ไม่ได้ เตะ เหมือนจาเป็นบ้า เลยกุ
ก่อนหน้านี้ ก็ ไป แดกกะ เพื่อน 5 วัน ติด โอ้ สาด เพื่อน หมดไป เกือบ 5 พัน กุ หมด เกือบ พัน 5
ก็ ไม่ ได้ อยากแดก ราย นักหนา หรอก แต่ก็ ขอ สักทีเหอะ หว่ะ ฮ้าๆๆๆ
เมื่อวาน หนักสุด เตะบอล 2 ชม. ก่า บอกตรงๆ ว่า วิ่ง แทยไม่ ออก ถ้า เปง เมื่อ ก่อน นี่ สบาย
แต่ไม่ได้ ออกกำลัง กาย นานมากๆ - -* อย่ามาว่า กุ แก่นะ เว้ย แค่กุไม่ได้ ออกกำลัง นาน
กลับมาถึงบ้าน ก็ยังไม่ปวดขา หรอก แต่ กุ เซงๆ ขี้เกียจ นอน ก็ เลย กลับหอ
พอกลับมาถึง นั่งคุยกะพี่ๆซักพัก โห สาด แทบสลบ ปวดชิบหาย อยากตัดขาทิ้ง
ณ บัด now หายปวดแล้ว วันนี้ กุก็จาไป อีก กุ ชอบมากกกกกกกก ทามมายถึงชอบได้ ขนาดนี้ วะ
อยากเปง เหมือน เมื่อก่อน โดด เรียน เตะบอล กะ เพื่อน ฮ้าๆ ก็ ไม่ ถือว่า โดด หรอก เชคชื่อ อยู่นะ
แต่ เชคเสด ลง มา เลย ฮ้าๆ คิดถึงเพื่อนๆ หว่ะ ถ้าคราย กลับมา แล้ว ก็ พากุ แดกหน่อย นะ ฮ้าๆ
เด๋วมา อัพ อีก ช่วงนี้ โปเตโต้ ขึ้น สมอง เพราะมาน เข้าทาง แค่นี้ก็ เพียงพอ ละ
ถ้าไม่ได้ฟัง นี่แหล่ะ...ความเสียใจ ฮ้าๆ
December 08 นอก กรอบเคยได้ยินชื่อ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ไหมครับ??
เขาเคยเป็นวิศวกรขององค์การอวกาศนาซา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน
เคยได้รับรางวัลงานวิจัยที่ดีที่สุดระดับโลกเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่น
ตัดสินใจกลับเมืองไทยเพราะ
1.อยากดูแลพ่อแม่
2.ไม่อยากเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านพักคนชรา 3.อยากเที่ยว และ 4.ชอบกินอาหารอร่อย เคยเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัวเอง
ผมประทับใจบทสัมภาษณ์ของ ดร.วรภัทรใน "เสาร์สวัสดี" ของ "กรุงเทพธุรกิจ "
เมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อนมาก
คนอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันส์เป็นบ้า ความคิดก็กวนเหลือหลาย
ตอนที่เขาเป็นอาจารย์ วิธีการสอนหนังสือของเขาแปลกกว่าคนอื่น
"ผมออกนอกกรอบตลอดเวลา" เขาบอก
เขาเคยพาเด็กวิศวะไปที่ริมสระว่ายน้ำ เรียนไปและดูนิสิตสาว ๆ ว่ายน้ำไปด้วย
คาดว่าคงไปเรียนเรื่อง "คลื่น"
ระหว่างท่าฟรีสไตล์ กับท่าผีเสื้อ
คลื่นที่เกิดขึ้นของท่าไหนถี่กว่ากัน
ระหว่างชุดทูพีซกับวันพีซ แรงเสียดทานกับน้ำ ชุดไหนมากกว่ากัน
แนวการศึกษาน่าจะออกไปทำนองนี้
แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เขาออกข้อสอบ
ข้อสอบของเขาสั้นและกระชับมาก
"จงออกข้อสอบเอง พร้อมเฉลย" โหย...เด็กวิดวะอึ้งกันทั้งห้อง คำตอบส่วนใหญ่เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ เช่น ปั้นจั่นมีกี่ชนิด
ผลปรากฎว่าได้ศูนย์กันทั้งห้อง
เพราะเป็นคำตอบที่ไม่ได้แสดงความคิดที่ลึกซึ้งสมกับที่เรียนมาทั้งเทอม
เหตุผลที่ ดร.วรภัทรออกข้อสอบด้วยการให้นิสิตออกข้อสอบเองเป็นเหตุผลที่ตรงกับใจผมมาก
"ชีวิตคนเราจะรอให้อาจารย์ตั้งโจทย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาโจทย์มาเอง คิดแล้วทำ ถ้าผิดแล้วอาจารย์จะปรับให้"
เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่ติดนิสัยเด็กกวดวิชา
รอคนคาบทุกอย่างมาป้อนให้ไม่รู้จักคิดเอง
"ถ้ารอและตั้งรับ คุณก็เป็นพวกอีแร้ง แต่พวกคุณแย่กว่าเพราะเป็นแค่ลูกอีแร้ง คือ รออาหารที่คนอื่นป้อนให้"
โหย...เจ็บ
ผมเชื่อมานานแล้วว่าชีวิตของคนเราเป็นข้อสอบอัตนัยที่ต้องตั้งโจทย์เอง และตอบเอง
ไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่มีคนตั้งโจทย์ และมีคำตอบเป็นทางเลือก ก-ข-ค-ง
ถ้าใครที่คุ้นกับ "ชีวิตปรนัย" ที่มีคนตั้งโจทย์ให้และเสนอทางเลือก 1-2-3-4 คนคนนั้นชีวิตจะไม่ก้าวหน้า
เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาติดกับ
"กรอบ"ที่คนอื่นสร้างให้
ไม่เหมือนกับคนที่รู้จักคิดและตั้งคำถามเอง
เรื่องการตั้งคำถามกับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าลืมว่าเพราะมี "คำถาม" จึงมี "คำตอบ"
เมื่อมี "คำตอบ" เราจึงเลือกเดิน
พูดถึงเรื่องการตั้งคำถามผมนึกถึง"โสเครติส" เขาเป็นนักปรัชญาเอกของโลก ที่สอนลูกศิษย์ด้วยการสนทนา ตั้งคำถามให้ลูกศิษย์ตอบ
สร้างองค์ความรู้จาก "คำถาม"
กลยุทธ์ของ "โสเครติส" ในการสอนคือไม่ให้ความเห็นใดๆ แก่นักเรียน
และทำลายความมั่นใจของ นักเรียนที่เชื่อว่าตนเองรู้
"โสเครติส" เชื่อว่าเมื่อเด็กตระหนักใน "ความไม่รู้" ของตนเองเขาจะเริ่มต้นแสวงหา "ความรู้ "
แต่ถ้าเด็กยังเชื่อมั่นว่าตนเองมี "ความรู้" เขาก็จะไม่แสวงหา "ความรู้ "
การตั้งคำถามของโสเครติสจึงมีเป้าหมายโจมตีและทำลายความเชื่อมั่นในภูมิความรู้ของนักเรียน
เป็นกลยุทธ์เท "น้ำ" ให้หมดจากแก้ว เมื่อแก้วไม่มีน้ำแล้ว
จึงเริ่มให้เขาเท
"น้ำ" ใหม่ใส่แก้วด้วยมือของเขาเอง "น้ำ" ที่ลูกศิษย์แต่ละคนเทลงแก้วด้วยมือตัวเองมาจาก "คำตอบ"ที่เขาค้นคิดขึ้นมาเอง
"คำตอบ" จาก "คำถาม" ของ "โสเครติส" "โสเครติส" นิยามศัพท์คำว่า "คนฉลาด" และ "คนโง่" ได้อย่างน่าสนใจ
"คนฉลาด" ในมุมมองของ "โสเครติส" นั้นไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง
แต่ "คนฉลาด" คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้
ส่วน "คนโง่" นั้น คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้
แต่ทำตัวราวกับเป็นผู้รู้ ***ไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ผมยังมีความภาคภูมิใจใน "ความรู้" ของตนเอง
แต่พออ่านถึงบรรทัดนี้ ทำไมผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย November 29 อากาศ หรือ ความรักไม่มีอากาศ . . . ก็ไม่มีลมหายใจ ไม่มีความรัก ยังหายใจได้ เหมือนทุกวัน
อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น อากาศได้มาง่ายๆ
และมีอยู่มากมายร้อยพัน ส่วนความรัก แม้เพียงฝัน . . . ก็สุขใจ
อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก ส่วนความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่
อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา
อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่ และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า
อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา ส่วนความรัก เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ
มีอากาศโลกก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่ มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว
สำหรับอากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ แต่ความรักหากมีไว้ . . .
ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก ดูแลความรัก
ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว อากาศมากเท่าไหร่ . . . ก็ไม่กลมเกลียว
ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว . . .และผูกพัน ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ อากาศ อาจดี - แย่ แต่ละวัน
ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ "ความรัก" กับ "อากาศ" หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
แม้อากาศจำเป็นสักเพียงใด ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ . .ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน. . . |
|||||
|
|